ข่าว


คอนโดที่อนุญาตให้มีสัตว์เลี้ยงได้ เป็นมติของใครที่จะอนุญาตให้เลี้ยงได้

สัตว์เลี้ยงเป็นอะไรที่หลายคนชื่นชอบ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ อย่างสุนัขหรือแมว มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในที่พักอาศัย เหตุที่หลายคนชื่นชอบเลี้ยงสัตว์เลี้ยง อาจมาจากสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ มีความน่ารักและเป็นสิ่งมีชีวิต สามารถตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกของผู้เลี้ยงให้เพลิดเพลินและคลายความเหงาหงอยไปได้ สัตว์เลี้ยงบางตัวฉลาดแสนรู้ สร้างความน่าหลงใหลให้แก่ผู้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงยิ่งนัก เจ้าของสัตว์เลี้ยงบางคนถึงกับเอามานอนด้วยทุกคืนก็มี อย่างไรก็ตาม อารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของคนแต่ละคน ต่างจิตต่างใจ มีคนชอบก็จะมีคนไม่ชอบด้วยเช่นกัน บางคนอาจจะรู้สึกว่าสัตว์เลี้ยงเป็นอะไรที่น่ารำคาญ ส่งเสียงดังรบกวน เป็นพาหะน้ำเชื้อและสกปก มูลอุจาระส่งกลิ่นเหม็น อะไรทำนองนี้  เป็นต้น

ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม คือที่อยู่อาศัยที่คนจำนวนมากมาอาศัยอยู่รวมกัน แม้จะอยู่แยกห้องกันห้องใครห้องมัน แต่ก็อยู่ในอาคารเดียวกัน ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน ตั้งแต่ พื้นที่จอดรถ พื้นที่สวนหย่อม นั่งเล่นหรือออกกำลังกาย พื้นที่ทางขึ้นลงอาคาร ตลอดจนพื้นที่ทางเดินสู่ประตูห้องแต่ละห้อง แน่นอนว่าลักษณะของคอนโด ไม่สามารถให้ผู้อาศัยคนใดคนหนึ่งใช้ประโยชน์สิ่งอำนวยความสะดวกภายในคอนโดได้อย่างเป็นส่วนตัวเพียงผู้เดียวได้ นอกจากพื้นที่ภายในห้องของใครของมันเท่านั้น ดังนั้น การใช้พื้นที่ที่มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน จำเป็นต้องแบ่งปันกัน ใช้ประโยชน์ร่วมกันภายใต้กฎระเบียบที่กำหนดไว้ การนำสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงในคอนโด ทุกโครงการคอนโดต้องมีข้อกำหนดอย่างชัดเจน ว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้มีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ถ้าอนุญาตกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขการอนุญาตไว้แค่ไหน อย่างไร คอนโดจะออกระเบียบเพื่อให้สิทธิอะไรแก่สมาชิกกลุ่มหนึ่ง จำเป็นต้องคำนึงถึงการรักษาสิทธิของสมาชิกอีกกลุ่มหนึ่งด้วยเช่นกัน   

การบริหารจัดการคอนโด และอำนาจในการบริหารคอนโด

ที่พักอาศัยประเภทคอนโด เป็นที่พักอาศัยที่มีกฎหมายควบคุมไว้เป็นการเฉพาะ (พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2551) ตั้งแต่การเริ่มต้นโครงการไปตลอดจนการบริหารจัดการภายหลังโครงการแล้วเสร็จและเปิดให้ผู้ซื้อเข้าอยู่อาศัย ซึ่งเจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมนับแต่ที่มีคนเข้าอยู่อาศัย จะต้อง


ความแตกต่างระหว่างค่าส่วนกลางคอนโดกับหมู่บ้านจัดสรรและประโยชน์ที่ลูกบ้านได้รับ

ค่าส่วนกลางคอนโดกับค่าส่วนกลางหมู่บ้าน 

เกิดคำถามขึ้นมากมายจากลูกบ้านคอนโดก็ดี หมู่บ้านจัดสรรก็ดี ว่าทำไมพวกเขาต้องมาจ่ายค่าส่วนกลางเหล่านี้กัน รายเดือนบ้าง รายปีบ้าง บางแห่งเก็บล่วงหน้า 2 ปีเลยก็มี ทั้ง ๆ ที่ซื้อขาดมาจากโครงการแล้ว และถ้าหากไม่จ่ายจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องราวการเก็บค่าส่วนกลางของคอนโดกับหมู่บ้านจัดสรร มีที่มาที่ไปและเรียกเก็บโดยมีกฎหมายรองรับและอนุญาตให้เรียกเก็บได้ ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็มีกลุ่มคนตั้งตัวเองมาเป็นผู้ดูแลแล้วเรียกเก็บค่าดูแลเอาเองตามอำเภอใจอย่างแน่นอน ค่าส่วนกลางคอนโด กับค่าส่วนกลางหมู่บ้าน มีความเหมือนและความต่างกันอย่างไร ขอนำมาเล่าสู่กันฟังพอเป็นสังเขป ดังนี้

ค่าส่วนกลางคอนโด

ค่าส่วนกลางคอนโด คือ เงินที่นิติบุคคลผู้บริหารจัดการ ดูแล รักษาคอนโด เรียกเก็บเอาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคอนโดทุกคนเท่า ๆ กันตามสัดส่วนพื้นที่ถือครอง และนำเงินนั้นมาใช้จ่ายเป็นค่าบริการดูแลรักษาความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง ค่าบริการดูแลรักษาความปลอดภัย ค่าซ่อมบำรุงอาคารที่อาจชำรุดทรุดโทรม ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า  พื้นที่และอุปกรณ์ใช้สอยในอาคารที่เป็นส่วนกลางเพื่อประโยชน์ร่วมกันของสมาชิกผู้อยู่อาศัยในคอนโด

นิติบุคคลที่มาจัดเก็บเงินค่าส่วนกลางคอนโด จะเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522 โดยเรียกนิติบุคคลนี้ว่า “นิติบุคคลอาคารชุด” เหตุที่ต้องมีกฎหมาย ให้มี


ลูกบ้านมีสิทธิ์ในเงินค่าส่วนกลางของหมู่บ้านหรือไม่

ค่าส่วนกลางหมู่บ้าน เป็นเงินที่คณะกรรมการหมู่บ้านเรียกเก็บจากลูกบ้าน เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายสิ่งสาธารณูประโภคต่าง ๆ ในอาณาเขตพื้นที่หมู่บ้านที่ลูกบ้านมีสิทธิใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมดูแลรักษาถนนหนทางในเขตหมู่บ้าน ค่าน้ำประปา ไฟฟ้าของพื้นที่ส่วนกลาง ค่าบริการเก็บขยะ รักษาความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง ค่าบริการดูแลรักษาความปลอดภัยในเขตหมู่บ้าน เหล่านี้เป็นต้น สงสัยกันหรือไม่ว่า คณะกรรมการหมู่บ้านเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงมีอำนาจเก็บเงินค่าส่วนกลางจากลูกบ้าน แล้วลูกบ้านจะขอไม่จ่ายได้หรือไม่ หรือถ้าจ่ายแล้ว ลูกบ้านยังมีสิทธิในเงินค่าส่วนกลางจำนวนนั้นอยู่หรือไม่

หมู่บ้านและหมู่บ้านจัดสรร 

คำว่าหมู่บ้าน เราอาจคุ้นเคยกับคำว่าหมู่บ้านทั่ว ๆ ไป ทั้งในเขตเมืองและเขตชนบท มีลักษณะเป็นอาณาเขตพื้นที่ ที่มีบ้านและมีคนอยู่อาศัย มีจำนวนบ้านหลายหลังรวมกันขึ้นเป็นชุมชน มีทั้งชุมชนเก่าในอดีตและชุมชนใหม่ในปัจจุบัน การขยายตัวของประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ชุมชนเก่าเกิดความแออัด คนในชุมชนเก่ามีความต้องการขยับขยายไปหาชุมชนใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก จึงเกิดมีนักธุรกิจและนักลงทุนจำนวนหนึ่ง หันมาลงทุนทำธุรกิจโครงการบ้านจัดสรร เพื่อจำหน่ายบ้านพร้อมที่ดินให้แก่ผู้ต้องการขยับขยายออกจากชุมชนเก่า ซึ่งโครงการบ้านจัดสรรหนึ่งโครงการจะมีบ้านตั้งแต่ 10 หลังคาเรือนขึ้นไป และอาจมีมากถึง 100 หรือ 1,000 หลังคาเรือนก็เป็นได้ เมื่อมีคนเข้าซื้อและเข้ามาอยู่อาศัยรวมกันจำนวนมาก ก็จะเกิดเป็นชุมชนใหม่ ซึ่งชุมชนใหม่เหล่านี้ เกิดขึ้นจากการดำเนินการของผู้จัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้การกำกับและควบคุมโดยกฎหมาย พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายด้วย

นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร กรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และค่าส่วนกลาง 

ผู้ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อจำหน่ายบ้านพร้อมที่ดิน โดยกฎหมาย พ.ร.บ จัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ผู้จัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาต จะต้องดำเนินการและต้องรับผิดชอบดูแลอะไรต่าง ๆ หลายประการบนพื้นที่ดินที่จัดสรร ซึ่งที่ดินและบ้านในโครงการบ้านจัดสรรที่จำหน่ายให้แก่ผู้ซื้อแยกโฉนดที่ดินเป็นแปลง ๆ แล้ว ก็เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อจะต้องรับผิดชอบดูแลกันเองพื้นที่ของใครของมัน อย่างไรก็ตามในอาณาบริเวณโครงการหมู่บ้านจัดสรร ยังมีพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ถนนหนทางภายในโครงการ สวนหย่อม สวนพักผ่อน สนามเด็กเล่น ตลอดจนการดูแลรักษาความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง การดูแลรักษาความปลอดภัยภายในอาณาเขตหมู่บ้านจัดสรร ล้วนจำเป็นต้องมีการดูแล ซ่อมแซม บำรุง รักษา พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินกำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาต ต้องรับผิดชอบจัดการดูแลค่าใช้จ่ายเหล่านี้ 

เจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรร ส่วนใหญ่เมื่อปิดการขายโครงการแล้ว แน่นอนว่าไม่อยากจะดูแลและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ดูแล รักษา ทรัพย์สินส่วนกลางตลอดไป ทางเลือกของเจ้าของโครงการ มีอยู่ 2 ทางเลือก คือ 1 บริจาคพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นพื้นที่สาธารณะ หรือ 2 ให้สมาชิกลูกบ้านในโครงการหมู่บ้านจัดสรรจัดตั้งนิติบุคคลโดยมีคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรขึ้นมาบริหารพื้นที่ส่วนกลางดังกล่าวสามารถเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายเอาจากสมาชิกในหมู่บ้านเฉลี่ยตามสัดส่วนจำนวนการถือครองของแต่ละบ้าน ซึ่งเงินส่วนนี้ เรียกกันว่า “ค่าส่วนกลาง” มีผลผูกพันทุกครัวเรือนจะต้องจ่ายเท่า ๆ กันตามสัดส่วนการถือครองที่ดิน 

ดังนั้นใครก็ตามที่ไปซื้อบ้านและที่ดินที่จัดสรรภายใต้ พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 จะต้องจ่ายค่าส่วนกลางตามกฎหมาย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบำรุง ดูแล รักษา พื้นที่ส่วนกลาง ในกรณีหากสมาชิกหมู่บ้านจัดสรรไม่ยอมให้มีการตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร เพราะไม่อยากจะเสียเงินค่าส่วนกลาง ก็จะกลายเป็นการผลักดันให้เจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรร ใช้ทางเลือกบริจาคพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นที่สาธารณะที่ทุกคนก็มีสิทธิเข้ามาใช้ได้แม้เป็นบุคคลภายนอก แน่นอนว่าจะต้องสร้างความเดือดร้อนให้แก่สมาชิกหมู่บ้านหากมีคนนอกเข้ามาแย่งการใช้ประโยชน์บนพื้นที่ส่วนกลางที่พวกเขาเป็นเจ้าของร่วมกัน สมาชิกลูกบ้านส่วนใหญ่จึงพอใจที่จะจ่ายค่าส่วนกลางกันมากกว่า  

การคิดค่าส่วนกลางของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร   

นิติบุคคลบ้านจัดสรร กำหนดให้เป็นนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร และได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีรายได้ให้แก่รัฐ ดังนั้นคณะกรรมการนิติบุคคลจึงมีหน้าที่เพียงดูแลสิ่งสาธารณูปโภคในโครงการบ้านจัดสรร ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ถนนหนทางไม่ชำรุดทรุดโทรม มีน้ำประปา ไฟฟ้าให้แสงสว่างในพื้นที่ส่วนกลาง ดูแลความสะอาดเก็บขยะมูลฝอย และดูแลความปลอดภัยในพื้นที่โครงการ ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้ จะถูกคิดคำนวณให้สมาชิกในชุมชนโครงการบ้านจัดสรรทุกหลังคาเรือนเฉลี่ยจ่ายหลังคาเรือนละเท่าๆ กัน เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนกลางในหมู่บ้านจัดสรร คิดเป็นเงิน 300,000 บาทต่อเดือน หากชุมชนบ้านจัดสรรมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด 500 ครัวเรือน เท่ากับว่าแต่และครัวเรือนจะต้องจ่ายค่าส่วนกลางคิดเป็นเงินต่อเดือนเท่ากับ 300,000 หารด้วย 500 จะเท่ากับ 600 บาทต่อเดือน อย่างนี้เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ชุมชนบ้านจัดสรรบางแห่งอาจมีสาธารณูปโภคอื่น ๆ เช่น สโมสร สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าส่วนกลางที่สูงขึ้นตามไปด้วย และก็เป็นค่าส่วนกลางที่ทุกบ้านถูกบังคับให้ต้องจ่ายไม่ว่าตนจะใช้ประโยชน์หรือไม่ก็ตาม หากไม่จ่าย ก็จะนำไปสู่การถูกคณะกรรมการนิติบุคคลบ้านจัดสรรใช้มาตรการบังคับอื่น ๆ และแรงสุดก็อาจนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลบังคับให้ และบ้านอาจต้องตกอยู่ในสภาพของการถูกบังคับคดีขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ค่าส่วนกลางก็เป็นได้ 

ลูกบ้านมีสิทธิ์ในเงินค่าส่วนกลางหรือไม่

มาถึงตรงนี้ น่าจะทราบกันดีแล้วว่า ค่าส่วนกลาง มีที่มาที่ไปอย่างไร ค่าส่วนกลางที่ลูกบ้านหมู่บ้านจัดสรรจ่ายออกไปให้แก่คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรทุกเดือนหรืออาจเป็นรายปี มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปจ่ายเป็นค่าซ่อมบำรุง ดูแล รักษาสิ่งสาธารณูปโภคพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน ค่าบริการดูแลรักษาความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง และค่าบริการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เป็นเงินเฉลี่ยจ่ายตามสัดส่วนการถือครองพื้นที่ของสมาชิกแต่ละครัวเรือน 

ไม่ว่ากรณีใด ๆ ลูกบ้านไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องเอาเงินค่าส่วนกลางคืนได้ คงมีสิทธิแต่เพียงเรียกร้องให้คณะกรรมการนิติบุคคลบ้านจัดสรร ซ่อมบำรุง ดูแล รักษา หมู่บ้านให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้สมาชิกในหมู่บ้านจัดสรร อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางได้สูงสุด สมกับเงินค่าส่วนกลางที่สมาชิกได้เฉลี่ยจ่ายให้ หากคณะกรรมการนิติบุคคลบ้านจัดสรรไม่สามารถบริหารจัดการให้ดีได้ ลูกบ้านสมาชิกบ้านจัดสรร ก็มีสิทธิเรียกประชุมสมาชิกหมู่บ้าน ลงมติให้ปลดกรรมการชุดเดิมออกและ


10 วิธีดูแลบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยจากโควิด

การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดจากคนสู่คนไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ทำให้มีผู้ติดเชื้อนับล้านคนและมีผู้ติดเชื้อถึงขั้นเสียชีวิตอีกจำนวนหลายแสนคนทั่วโลก ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกัน แม้จะพบผู้ติดเชื้อไม่มากนักเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก แต่ก็มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงถึงหลายพันคนและมีผู้ติดเชื้อถึงขั้นเสียชีวิตเกือบร้อยคนทั่วประเทศ รัฐบาลต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ประเทศ สั่งปิดสถานประกอบการ ร้านค้าต่างๆ ห้ามผู้คนสัญจรไปมาหาสู่กันโดยไม่จำเป็น ให้เก็บตัวอยู่กับบ้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่ออกมาทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อค่อยๆ ลดลง และลดการแพร่เชื้อสู่สถานการณ์ที่สามารถควบคุมได้แล้ว 

แม้การระบาดของเชื้อจะค่อยๆลดลง และรัฐบาลค่อยๆ ผ่อนคลายล็อกดาวน์เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ออกมาทำมาหากินได้บ้างแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในอัตราสูงในหลายประเทศ และยังไม่มีวัคซีนที่จะใช้ฉีดเพื่อป้องกันโรคได้ จึงยังไม่เป็นที่ไว้วางใจในความปลอดภัยเท่าที่ควร เชื้อไวรัสโควิด-19 อาจจะกลับมาแพร่ระบาดอีกเมื่อไหร่ก็ได้ หากไม่มีความระมัดระวัง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนด้วยกันเองเท่านั้น เฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของเชื้อ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานทางด้านสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด  

บ้านพักอาศัย คือ แหล่งพักพิงแหล่งเดียวที่ควรเป็นที่ปลอดภัยที่สุดของผู้คนระหว่างเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ดังนั้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านทุกคนจึงต้องให้ความสำคัญและหมั่นดูแล ให้มั่นใจอย่างที่สุดว่าบ้านที่พักอาศัยปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ถ้าหากบ้านพักปราศจากความปลอดภัยจากเชื้อไวรัสแล้ว นั่นหมายความว่า สมาชิกและบุคคลที่เรารักทุกคนที่อาศัยอยู่ในบ้าน กำลังตกอยู่ในภาวะอันตราย อาจติดเชื้อที่กำลังแพร่ระบาดได้ตลอดเวลา และบ้านก็จะกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้ออีกด้วย ดังนั้น ทุกคนในบ้านก็ต้องช่วยกันดูแลบ้านให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ 

10 วิธีดูแลบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด

  1. ต้องหมั่นทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่หรือบริเวณที่ต้องใช้บ่อย ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ต้องมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรือเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ 
  2. เช็ดและทำความสะอาดเครื่องอุปกรณ์ใช้งานภายในบ้าน ที่อาจถูกมือสมาชิกภายในบ้านสัมผัสเป็นประจำ เช่น โต๊ะ สวิทช์ไฟ ลูกบิดประตู รีโมททีวี เหล่านี้ เป็นต้น 
  3. ควรเปิดประตูหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเท ไม่ให้เกิดการเก็บสะสมความชื้น ซึ่งความชื้นจะเป็นแหล่งเพราะเชื้อไวรัสได้ค่อนข้างสูง อุณหภูมิความร้อนจากภายนอก จะช่วยฆ่าเชื้อและป้องกันการระบาดของเชื้อได้
  4. งดเว้นการใช้ แก้วน้ำ ชาม จาน ช้อนและอุปกรณ์โต๊ะอาหารร่วมกัน ควรแยกอุปกรณ์ของใครของมัน ไม่ควรใช้ประปนกัน หากจำเป็นต้องร่วมโต๊ะรับประทานกัน ควรเว้นระยะห่างระหว่างนั่งรับประทานอาหารร่วมกันอย่างน้อย 1-2 เมตร  
  5. เสื้อผ้าและเครื่องนอน ควรมีการฆ่าเชื้อด้วยการนำไปต้มหรือแช่น้ำร้อนที่อุณหภูมิความร้อนสูงหน่อยก่อนนำไปซักตาก เนื่องจากเสื้อผ้าและเครื่องนอนอาจมีคราบปนเปื้อนของน้ำมูก น้ำลายและเสมหะ หากไม่ฆ่าเชื้อก่อนแล้วนำไปซักรวมกันอาจเกิดการแพร่กระจายของเชื้อได้     
  6. ทำความห้องน้ำให้สะอาดหลังการใช้ห้องน้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสม่ำเสมอ เช่น ก๊อกน้ำ ซิงค์น้ำ ชักโครก และภายหลังการใช้ห้องน้ำเสร็จทุกครั้ง ควรล้างมือให้สะอาดก่อนออกจากห้องน้ำ 
  7. การทิ้งขยะภายในบ้าน ต้องทิ้งและจัดเก็บด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะกระดาษชำระใช้แล้ว ที่อาจมีคราบน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าให้มือไปสัมผัสโดนอย่างเด็ดขาด ควรสวมถุงมือระหว่างการเก็บขยะเพื่อนำไปทิ้งยังถังขยะนอกบ้าน
  8. สมาชิกภายในบ้านไม่ควรออกไปไหนหรือไปพบประกับผู้ใดโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะพบกับคนเดียวหรือไปพบคนเป็นหมู่คณะ ระหว่างที่ยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โดยเฉพาะการไปพบปะผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอ  
  9. สมาชิกภายในบ้าน ที่จำเป็นต้องเดินทางไปทำภารกิจนอกบ้านและจะกลับมาบ้าน ต้องมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่เข้มงวด เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทำความสะอาดมือด้วยน้ำยาทำความสะอาด ตรวจวัดอุณหภูมิ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ติดเชื้อกลับมาบ้าน
  10. การอยู่อาศัยร่วมกันภายในบ้าน ควรตรวจวัดอุณหภูมิบ่อยๆ ควรเว้นระยะห่างระหว่างการสนทนา สวมหน้ากากอนามัย หรืออาจสวมใส่เฟซชิลด์ก็จะยิ่งดี หลีกเว้นการสัมผัสตัวกันหรือไอ จาม ภายในบ้าน หากพบสมาชิกคนใดสงสัยว่าจะติดเชื้อต้องรีบไปพบแพทย์ทันที  

หากสมาชิกทุกคนภายในบ้าน ต่างคนต่างร่วมกันดูแลรับผิดชอบตัวเองอย่างดี และระมัดระวังดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลา คำนึงถึงความปลอดภัยของสมาชิกทุกคนภายในบ้าน ไม่ทำอะไรที่เป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อและนำมาสู่การติดต่อสู่คนภายในบ้าน ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ก็เชื่อว่าบ้านจะอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าสถานการณ์นอกบ้านจะรุนแรงเพียงใด บ้านจะเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัย ปราศจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างแน่นอน

SMART ใส่ใจด้านสุขอนามัยของลูกบ้านทุกโครงการ เรามีการจัดเตรียมเจลล้างมือแอกอฮอล์ไว้บริการลูกบ้านและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการการดูแลรักษาความสะอาดในโครงการที่ SMART เข้ามาช่วย

ติดต่อเรา
*
*
*