จะเริ่มต้นอาชีพในสายงานบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างไร?

ในประเทศไทย การทำงานเป็นผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์สามารถสร้างรายได้ค่อนข้างมาก รายได้โดยทั่วไปสำหรับผู้จัดการทรัพย์สินที่อยู่อาศัย อยู่ในช่วงตั้งแต่ 59,700 บาทถึง 176,000 บาท ยิ่งคุณมีประสบการณ์มากเท่าไร คุณก็ยิ่งสามารถขยายขอบเขตการให้บริการของคุณได้มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ สถานที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ที่คุณเป็นตัวแทนก็มีผลอย่างมากต่อค่าตอบแทน

อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการทรัพย์สินถือเป็นสายงานอาชีพที่ดีที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่ายุคการระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทุกภาคส่วน แต่เมื่อเศรษฐกิจกลับมาพื้นตัวอีกครั้ง คุณสามารถคาดหวังได้ว่าความต้องการตัวแทนอสังหาริมทรัพย์และบริหารนิติบุคคลจะกลับมามีมากขึ้นด้วยเช่นกัน คอนโดมิเนียมเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เนื่องจากชาวต่างชาติสามารถถือครองได้ง่ายกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับที่ดิน ที่อนุญาตเฉพาะสัญญาสิทธิการเช่าเท่านั้น

งานด้านบริหารจัดการทรัพย์สินอาจเป็นงานที่ท้าทาย แต่ก็คุ้มค่ามากด้วยเช่นกัน อันดับแรก มาดูกันว่าผู้เชี่ยวชาญในสายงานนี้ให้บริการอะไรบ้าง

ผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ทำหน้าที่อะไรบ้าง?

• ค้นหาและคัดกรองผู้เช่า – นี่คือบทบาทที่สำคัญที่สุดของผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ เป็นวิธีที่พวกเขาทำเงินให้กับลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินและขยายรายได้ของตนจากค่าคอมมิชชั่น การทำให้แน่ใจว่าอสังหาริมทรัพย์ที่พวกเขาจัดการนั้นถูกเช่าตลอดทั้งปีเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำเงินให้ได้มากที่สุด การคัดกรองผู้เช่าก็มีความสำคัญเช่นกัน พวกเขาต้องแน่ใจว่าผู้เช่านั้นสามารถจ่ายค่าเช่าได้สบายและมีลักษณะนิสัยที่ดีเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 

• เก็บค่าเช่า – ผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดการกับผู้เช่าเพื่อให้เจ้าของบ้านไม่ต้องทำด้วยตนเอง ซึ่งรวมถึงการรับประกันว่าผู้เช่าจะจ่ายค่าเช่าตามที่ตกลงกันไว้ บริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินหลายแห่งเก็บค่าเช่าในนามของเจ้าของบ้าน หักค่าคอมมิชชั่นหรือค่าธรรมเนียม แล้วส่งต่อส่วนที่เหลือให้เจ้าของบ้าน หน้าที่นี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งกับเจ้าของบ้านที่อาจอยู่ต่างประเทศ

• งานบำรุงรักษา – บริการนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทรัพย์สินจะอยู่ในสภาพดีอยู่เสมอเพื่อให้สามารถปล่อยเช่าได้อย่างต่อเนื่อง งานบำรุงรักษาอาจแตกต่างกันไป ตั้งแต่ การดูแลสวน ไปจนถึงงานซ่อมแซมฉุกเฉินในกรณีที่เกิดพายุฝน ผู้จัดการทรัพย์สินควรทำความคุ้นเคยกับผู้รับเหมาหรือช่างซ่อมในส่วนงานต่าง ๆ ที่สามารถจ้างงานได้อย่างเหมาะสมในราคาที่แข่งขันได้ในตลาด 

• เก็บบันทึก – ผู้จัดการทรัพย์สินควรสามารถเก็บบันทึกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเช่าและการดูแลรักษาทรัพย์สิน สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์เมื่อถึงเวลายื่นภาษีและชำระภาษี สำหรับเจ้าของบ้านที่อยู่ไกล การเก็บบันทึกดังกล่าวสร้างความโปร่งใสต่อการทำงานของผู้จัดการทรัพย์สิน 

• ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย – ในประเทศไทยมีกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าของและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ข้อมูลนี้ส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ทางออนไลน์ แต่อาจง่ายกว่าถ้าทำงานร่วมกับผู้จัดการทรัพย์สินที่มีความรู้ความชำนาญซึ่งสามารถแนะนำสิ่งที่ควรทำได้

ขั้นตอนในการเป็นผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์

ไม่มีข้อกำหนดตายตัวในการเป็นผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ คุณไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตหรือได้รับการฝึกอบรมเฉพาะทาง หากชาวต่างขาติสนใจในสายอาชีพนี้ ก็แค่ต้องมีวีซ่าและใบอนุญาตทำงานที่เหมาะสม การไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัวในสายงานนี้หมายความว่าคุณมักจะพบว่าตัวเองสามารถพัฒนาความสามารถที่หลากหลายในด้านการจัดการทรัพย์สิน

ผู้ที่มีความรู้เฉพาะทาง ได้รับการฝึกอบรม มีประสบการณ์ด้านบัญชีและกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ มักจะได้เปรียบกว่าผู้อื่น เนื่องจากพวกเขาสามารถให้บริการได้หลากหลายมากกว่าแค่การหาผู้เช่าและเก็บค่าเช่า ผู้ที่มีประสบการณ์ในด้านการก่อสร้างและการทำงานที่คล้ายกันก็สามารถให้บริการด้านการบำรุงรักษาได้เป็นอย่างดี

หากคุณต้องการเข้าสู่สายอาชีพในอุตสาหกรรมนี้ ให้มองหางานในบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินที่เป็นที่รู้จัก สิ่งนี้จะช่วยให้คุณได้รับการฝึกอบรมภาคปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ของงาน คุณยังสามารถเลือกที่จะเข้ารับการฝึกอบรมด้านบัญชีหรือกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ได้อีกด้วย ซึ่งจะทำให้คุณสามารถให้บริการลูกค้าที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

เนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟูในประเทศไทย คุณจึงสามารถหาหลักสูตรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้มากมาย รวมถึงหลักสูตรปริญญาโทที่เสนอการฝึกอบรมนี้ หลักสูตรเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความรู้และความเชี่ยวชาญของคุณในด้านต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การสำรวจ และการจัดการอสังหาริมทรัพย์ การมีใบรับรองช่วยให้ประวัติการทำงานของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อคุณต้องการหางาน หรือเมื่อต้องการดึงดูดลูกค้ามายังบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินของคุณ

ในการหางาน ให้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญที่คุณรู้จักในอุตสาหกรรมนี้ พวกเขาจะรู้ดีว่ามีตำแหน่งว่างอะไรบ้างที่กำลังรับสมัคร คุณยังสามารถค้นหาบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินในพื้นที่ของคุณและติดต่อพวกเขาโดยตรง อีกทางเลือกหนึ่งคือลงทะเบียนในเว็บไซต์หางานออนไลน์ ตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่กำลังเปิดรับสมัคร และตั้งค่าการแจ้งเตือนสำหรับโอกาสในการทำงานดังกล่าว

คุณสมบัติที่จำเป็น เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการจัดการอสังหาริมทรัพย์

1. ทักษะการเจรจาต่อรอง

นี่เป็นทักษะที่มีประโยชน์เมื่อต้องติดต่อกับผู้คน รวมถึงลูกค้า เจ้าของบ้าน ผู้เช่า และช่างเทคนิค คุณต้องสามารถแก้ไขข้อขัดแย้งและหาทางประนีประนอมที่จะทำให้ทุกคนพอใจ นี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน แต่หากคุณมีทักษะในเรื่องนี้ คุณก็จะไม่มีปัญหาในการรักษาลูกค้า

2. ทักษะด้านการบริหารจัดการ 

มีงานมากมายที่ต้องทำเมื่อคุณเป็นผู้จัดการทรัพย์สิน คุณอาจต้องเก็บค่าเช่า ตรวจสอบสภาพห้องคอนโดที่ว่าง จัดการเครื่องปั่นไฟ จ่ายภาษีท้องถิ่นในนามของเจ้าของบ้านที่อยู่ต่างประเทศ และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้อาจต้องทำภายในวันเดียวกัน ดังนั้น คุณต้องสามารถบริหารจัดการกับงานได้อย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้พลาดอะไรไปหรือดำเนินการไม่ทัน

3. ความอดทน

ผู้จัดการทรัพย์สินที่รับผิดชอบในการเก็บค่าเช่าและบำรุงรักษาทรัพย์สิน มักต้องมีทัศนคติที่ดีในเรื่องความอดทน ความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน ความล่าช้าในการจ่ายค่าเช่า และปัญหาอื่น ๆ มากมายอาจเกิดขึ้นได้และสิ่งนี้อาจทำให้เกิดปัญหา หากคุณรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างใจเย็น จะส่งผลต่อชื่อเสียงและความสำเร็จของคุณในธุรกิจนี้

4. การสื่อสาร

การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญต่องานนี้ ไม่ว่าจะสื่อสารกับผู้เช่า เจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น หรือช่างซ่อม คุณต้องมีทักษะในการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม สิ่งนี้จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่ดีและคุณจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเมื่อคุณต้องปฏิบัติหน้าที่ 

5. ความหนักแน่น

ผู้จัดการทรัพย์สินอาจต้องเจอกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหา เช่น เมื่อต้องรับมือกับผู้เช่าและเจ้าของร่วมที่ฝ่าฝืนกฎ คุณต้องมีปณิธานอันแน่วแน่ ถึงแม้ว่าคุณต้องการสร้างความสมดุลระหว่างความเห็นอกเห็นใจและต้องการตอบสนองความต้องการของทุกฝ่าย แต่คุณจะต้องมีความหนักแน่นในบางครั้งเมื่อเกิดสถานการณ์เหล่านี้

6. รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี 

คุณต้องตระหนักถึงกฎหมายและข้อบังคับในท้องถิ่นเกี่ยวกับปัญหาการจัดการทรัพย์สิน อีกทั้งต้องรู้จักช่างซ่อมและช่างเทคนิคในพื้นที่ที่สามารถดูแลงานซ่อมแซมและบำรุงรักษาได้ ความคุ้นเคยกับพื้นที่ในละแวกของอสังหาริมทรัพย์จะเป็นประโยชน์เมื่อทำการตลาดกับผู้เช่าด้วย 

7. ความเฉียบแหลมทางด้านบัญชี

ความรู้ทางด้านบัญชีเป็นทักษะพิเศษที่เป็นประโยชน์อย่างมากดังได้กล่าวไว้ข้างต้น ตั้งแต่ค่าเช่าไปจนถึงใบแจ้งหนี้จากงานซ่อม สิ่งสำคัญคือต้องสามารถติดตามรายรับและค่าใช้จ่ายได้ เพื่อให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้เห็นภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับมูลค่าการลงทุนของพวกเขา

ติดต่อเรา

    *
    *
    *