สัตว์เลี้ยงบำบัดโรค เครียด เหงา เศร้า ได้จริงหรือไม่

สัตว์เลี้ยงบำบัดโรค ได้จริงหรือ ยังเป็นคำถามของใครหลายๆ คนอยู่สำหรับการเลี้ยงสัตว์เพื่อบำบัดอาการบางอย่าง โดยเฉพาะโรคเครียด โรคเหงา อาการเศร้า และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอารมณ์และจิตใจ ครั้งนี้ทางบทความก็เลยถือโอกาสนำข้อมูลดีๆ มาฝากในเรื่องของสัตว์เลี้ยงบำบัดโรคโดยเฉพาะ ดังนี้

สัตว์เลี้ยงบำบัดโรคเครียด

ก่อนอื่นขอเริ่มต้นกันที่โรคเครียดและสัตว์เลี้ยงบำบัดโรค สำหรับโรคเครียดนั้นเป็นภาวะหนึ่งที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากเหตุการณ์ต่างๆ เกี่ยวข้องกับการตอบสนองของร่างกายและจิตใจ ความวิตกกังวลในเรื่องราวหลายอย่างก็อาจทำให้เกิดโรคเครียดได้อย่างง่ายดาย และที่น่าสนใจก็คือสัตว์เลี้ยงบำบัดโรคเครียดได้ โดยเฉพาะโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงหรือ PTSD ที่มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงบำบัดโรคได้ผลมากกับผู้ที่มีภาวะนี้ 

สำหรับอาการเครียดทั่วไปที่อาจไม่ใช่ PTSD สัตว์เลี้ยงบำบัดโรคก็ส่งผลที่ดีได้ เพราะสัตว์เลี้ยงทำให้อารมณ์ดีได้ ด้วยอากัปกิริยาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอ้อน หรือการแสดงออกที่เรียกเสียงหัวเราะ ที่จะช่วยให้ผู้เลี้ยงคลายเครียดลงได้ 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีคำพูดเล่นติดปากของคนเลี้ยงสัตว์ที่ว่า “เลี้ยงสัตว์ทำให้หายซึมเศร้า แต่เป็นโรคประสาทแทน” ก็เพราะสัตว์เลี้ยงมักจะสร้างปัญหาอยู่เสมอ คนเลี้ยงอาจจะเครียดไปบ้างก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นเบื้องหลังความเครียดก็มีความขบขันซ่อนอยู่เช่นกัน ซึ่งความเครียดที่เกิดจากสัตว์เลี้ยง มักไม่ใช่ความเครียดที่ร้ายแรง แต่ในขณะเดียวกันกลับพบว่าสัตว์เลี้ยงบำบัดโรคเครียดจากเหตุการณ์ที่ร้ายแรงได้ จึงกล่าวได้ว่าสัตว์เลี้ยงบำบัดโรคได้มากกว่าที่จะก่อให้เกิดโรค

สัตว์เลี้ยงบำบัดโรคซึมเศร้า

ข้อมูลเรื่องสัตว์เลี้ยงบำบัดโรคซึมเศร้ามีอยู่มากมาย ทั้งยังมีการการันตีจากงานวิจัยหลายชิ้น ว่าสัตว์เลี้ยงบำบัดโรคซึมเศร้าได้จริง ในต่างประเทศยังนิยมมากที่จะเลี้ยงสัตว์เพื่อบำบัดอาการซึมเศร้า เรียกว่า Pets Therapy 

หนึ่งในเหตุผลที่สัตว์เลี้ยงบำบัดโรคซึมเศร้าได้ก็คือ “การทำให้รู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง” เพราะผู้ป่วยซึมเศร้าจำนวนหนึ่งรู้สึกไร้ค่าในตัวเอง แต่การเลี้ยงสัตว์จะทำให้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป เพราะจะมีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ คนเลี้ยงจะมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น จึงช่วยแก้ปัญหาที่รู้สึกไร้ค่าในตัวเองได้ และช่วยบำบัดภาวะซึมเศร้าไปได้ส่วนหนึ่ง

นอกจากนั้นการมีสัตว์เลี้ยงยังทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ลดความเหงาภายในจิตใจได้ ช่วยทำให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อ จึงเป็นผลทางอ้อมที่ช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตายลงได้ด้วย 

สัตว์เลี้ยงบำบัดโรค และผู้สูงอายุ

ในอีกมุมหนึ่ง ยังมีข้อแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ในผู้สูงอายุ เพื่อลดอัตราการป่วย “โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ” ให้น้อยลง เนื่องจากพบว่ามีผู้สูงอายุเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้นทุกปี สาเหตุที่ผู้สูงอายุมักมีภาวะซึมเศร้านั้นมี ดังนี้

1.ร่างกาย 

ผู้สูงอายุมักมีสภาพร่างกายที่ไม่เหมือนตอนวัยหนุ่มสาว บ้างมีโรคประจำตัว บ้างร่างกายอ่อนแอ เป็นขีดจำกัดในการทำกิจกรรมหลายอย่าง รวมถึงการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ ที่ถูกลดทอนลงไปตามสภาพร่างกาย จึงเป็นเหตุให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ง่าย

2.ปัจจัยทางสังคม 

ในผู้สูงอายุ จะมีปัจจัยทางสังคมเปลี่ยนไป อย่างในช่วงวัยเกษียณ ทำให้ไม่ต้องออกไปทำงาน อยู่แต่บ้าน บางครั้งก็ทำให้รู้สึกเหงา โดดเดี่ยว โดยเฉพาะถ้าหากว่าลูกหลานต่างก็เติบโต และออกไปใช้ชีวิตประจำวันนอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ ผู้สูงวัยก็ต้องอยู่บ้านคนเดียว จึงเป็นเหตุให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ง่าย 

เมื่อผู้สูงอายุมีภาวะซึมเศร้าก็ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เพราะผู้สูงอายุจะรับประทานอาหารได้น้อย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หงุดหงิด ฉุนเฉียว หรือแม้แต่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ 

ทั้งนี้สัตว์เลี้ยงบำบัดโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุได้เช่นกัน โดยเฉพาะภาวะทางจิตใจ จากที่รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยวที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว ไม่มีลูกหลานมาอยู่เป็นเพื่อน การเลี้ยงสัตว์ก็จะช่วยทดแทนในส่วนนี้ได้ ผู้สูงอายุจะรู้สึกมีเพื่อน ไม่เหงา สัตว์เลี้ยงจะคลายเหงาให้ได้ ทั้งยังมีอากัปกิริยาที่น่าเอ็นดู ให้ผู้สูงอายุได้เห็นอยู่เรื่อยๆ ช่วยลดความว่างเปล่าในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุลงได้ ทั้งยังช่วยสร้างรอยยิ้มและอารมณ์ขันได้ด้วย 

สัตว์เลี้ยงบำบัดโรค เพิ่มความสดใสให้คนในบ้าน

จากที่กล่าวมาสามารถสรุปได้ว่าสัตว์เลี้ยงบำบัดโรค เครียด เหงา เศร้า ได้จริง ซึ่งมีผลงานวิจัยยืนยันหลายชิ้น นอกจากพบว่ามีข้อมูลบำบัดโรคเครียดและโรคซึมเศร้าแล้ว ยังพบว่าบ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยง ภาพรวมของคนในบ้านจะมีภาวะทางอารมณ์ที่ดีอีกด้วย จึงกลายเป็นประโยชน์ที่น่าสนใจของการเลี้ยงสัตว์

ข้อแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงบำบัดโรค

แม้ว่าเบื้องต้นสัตว์เลี้ยงจะสามารถบำบัดโรคได้จริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ที่คิดจะเลี้ยงสัตว์ก็ต้องเช็คความพร้อมของตัวเองด้วยเช่นกัน มิเช่นนั้นผลลัพธ์ก็อาจสวนทางกับความคาดหวังได้ โดยสิ่งที่ควรเช็คก่อนเลี้ยงสัตว์ มีดังนี้ 

1.เช็คความพร้อมทางการเงิน

ก่อนอื่นหากคิดจะเลี้ยงสัตว์เพื่อบำบัดโรค ต้องเช็คการเงินให้พร้อมก่อน หากตัดสินใจเลี้ยงทั้งที่การเงินไม่พร้อม มีหวังได้เพิ่มความเครียดให้สูงขึ้นไปอีก หากตัดสินใจรับสัตว์เลี้ยงมาดูแลแล้ว จะต้องมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของอาหารการกิน ค่าหมอ ค่ายา ค่าอุปกรณ์การเลี้ยง ฯลฯ เพิ่มขึ้นมา หากไม่พร้อมในด้านนี้ แล้วตัดสินใจเลี้ยงสัตว์ จะทำให้เกิดปัญหาภายหลัง และส่งผลให้ผู้เลี้ยงมีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นได้

2.เช็คความชอบส่วนตัว

บางคนต้องการหาสัตว์เลี้ยงมาบำบัดโรคคนในบ้าน แต่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองชอบสัตว์ไหม ดังนั้นยังไม่ควรนำสัตว์มาเลี้ยงโดยเด็ดขาด ก่อนอื่นควรเช็คก่อนว่าตัวเองชอบสัตว์หรือไม่ และชอบสัตว์ประเภทไหน รวมถึงสายพันธ์ุก็เป็นเรื่องที่ต้องเช็คให้ดี เพราะอย่างเช่นสุนัขแต่ละสายพันธุ์ก็มีนิสัยแตกต่างกัน อาจเข้ากับคนเลี้ยงประเภทหนึ่ง และไม่เข้ากับคนเลี้ยงอีกประเภทหนึ่งก็ได้ จึงควรเช็คให้ดีก่อน

3.เช็คความพร้อมทางด้านความเป็นอยู่

ต่อมาด้านความเป็นอยู่ ก็อย่างเช่นที่พักอาศัยอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ไหม หรือ บริษัทบริหารอาคารได้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมดีอย่างไรหรือบ้านส่วนตัวมีพื้นที่เพียงพอหรือไม่ อย่างสัตว์บางสายพันธุ์ต้องการพื้นที่วิ่งเล่นมากๆ บ้านที่อยู่ก็ควรมีสนามกว้างไว้รองรับด้วย เป็นต้น

แม้ว่าสัตว์เลี้ยงบำบัดโรค จะให้ผลลัพธ์ที่ดีแค่ไหน แต่ก่อนตัดสินใจเลี้ยงก็ต้องพร้อมในทุกๆ ด้านด้วยเช่นกัน เพื่อความสมดุลในการใช้ชีวิต และไม่สร้างปัญหาภายหลัง มิเช่นนั้นนอกจากคนเลี้ยงแล้ว ปัญหาอาจไปตกที่น้องสัตว์เลี้ยงก็ได้ อย่างการนำไปปล่อย ที่ถือเป็นการทำร้ายจิตใจสัตว์เลี้ยงอย่างร้ายแรงและไม่ควรเกิดขึ้น 

นอกจากนี้ลูกบ้านโครงการที่ SMART ดูแล ยังได้สิทธิพิเศษ รับการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงของท่าน แต่จะเป็นเมื่อไหร่นั้น ต้องกดติดตาม เพจ Facebook SMART Service and management ไว้นะครับ จะได้ไม่พลาดสิทธิพิเศษและเรื่องราวดีๆ

ติดต่อเรา

    *
    *
    *