"Konmari" home organization tips

Have you ever felt tired when you have to organize your home? What would you do then?


We, Smart , also always feel that way when we have to clean up and organize our houses. By the way, we have found a home organization trick called ‘Konmari’, originated by Marie Kondo, one of the most famous Japanese home organizers. This trick is quite amazing so we would like to share it with you.


  1. Just Do It In a Day - Let’s set the home organizing day as a special day. It only exists for one day so don’t procrastinate and make your home organizing become more than a day.

  2. Organize by Categorizing - Don’t clean up room by room, but rather gather all of your stuff and clean it up by category. Clean up from clothes > books > documents > trivia stuff > mentally valuable things.

  3. Spark Joy Factor - What makes you feel happy or like it when you see it, that is what Marie Kondo calls Spark Joy. Keep that thing tight. And if you don’t feel the Spark Joy feeling, just throw that thing.

  4. Box Can Help - Finally, if there is too much stuff of that specific category to keep in the closet, box can help you. You may put the box on the top of each box to save your room space, too.


And those are 4 tips for cleaning up and organizing your house to make you feel happier. If anyone has other tips, don’t be shy and let’s share your technique! Also, if anyone really does according to Marie Kondo, please feel free to share your result!




Lastest Update


10 วิธีดูแลบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยจากโควิด

การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดจากคนสู่คนไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ทำให้มีผู้ติดเชื้อนับล้านคนและมีผู้ติดเชื้อถึงขั้นเสียชีวิตอีกจำนวนหลายแสนคนทั่วโลก ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกัน แม้จะพบผู้ติดเชื้อไม่มากนักเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก แต่ก็มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงถึงหลายพันคนและมีผู้ติดเชื้อถึงขั้นเสียชีวิตเกือบร้อยคนทั่วประเทศ รัฐบาลต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ประเทศ สั่งปิดสถานประกอบการ ร้านค้าต่างๆ ห้ามผู้คนสัญจรไปมาหาสู่กันโดยไม่จำเป็น ให้เก็บตัวอยู่กับบ้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่ออกมาทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อค่อยๆ ลดลง และลดการแพร่เชื้อสู่สถานการณ์ที่สามารถควบคุมได้แล้ว 

แม้การระบาดของเชื้อจะค่อยๆลดลง และรัฐบาลค่อยๆ ผ่อนคลายล็อกดาวน์เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ออกมาทำมาหากินได้บ้างแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในอัตราสูงในหลายประเทศ และยังไม่มีวัคซีนที่จะใช้ฉีดเพื่อป้องกันโรคได้ จึงยังไม่เป็นที่ไว้วางใจในความปลอดภัยเท่าที่ควร เชื้อไวรัสโควิด-19 อาจจะกลับมาแพร่ระบาดอีกเมื่อไหร่ก็ได้ หากไม่มีความระมัดระวัง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนด้วยกันเองเท่านั้น เฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของเชื้อ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานทางด้านสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด  

บ้านพักอาศัย คือ แหล่งพักพิงแหล่งเดียวที่ควรเป็นที่ปลอดภัยที่สุดของผู้คนระหว่างเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ดังนั้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านทุกคนจึงต้องให้ความสำคัญและหมั่นดูแล ให้มั่นใจอย่างที่สุดว่าบ้านที่พักอาศัยปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ถ้าหากบ้านพักปราศจากความปลอดภัยจากเชื้อไวรัสแล้ว นั่นหมายความว่า สมาชิกและบุคคลที่เรารักทุกคนที่อาศัยอยู่ในบ้าน กำลังตกอยู่ในภาวะอันตราย อาจติดเชื้อที่กำลังแพร่ระบาดได้ตลอดเวลา และบ้านก็จะกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้ออีกด้วย ดังนั้น ทุกคนในบ้านก็ต้องช่วยกันดูแลบ้านให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ 

10 วิธีดูแลบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด

  1. ต้องหมั่นทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่หรือบริเวณที่ต้องใช้บ่อย ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ต้องมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรือเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ 
  2. เช็ดและทำความสะอาดเครื่องอุปกรณ์ใช้งานภายในบ้าน ที่อาจถูกมือสมาชิกภายในบ้านสัมผัสเป็นประจำ เช่น โต๊ะ สวิทช์ไฟ ลูกบิดประตู รีโมททีวี เหล่านี้ เป็นต้น 
  3. ควรเปิดประตูหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเท ไม่ให้เกิดการเก็บสะสมความชื้น ซึ่งความชื้นจะเป็นแหล่งเพราะเชื้อไวรัสได้ค่อนข้างสูง อุณหภูมิความร้อนจากภายนอก จะช่วยฆ่าเชื้อและป้องกันการระบาดของเชื้อได้
  4. งดเว้นการใช้ แก้วน้ำ ชาม จาน ช้อนและอุปกรณ์โต๊ะอาหารร่วมกัน ควรแยกอุปกรณ์ของใครของมัน ไม่ควรใช้ประปนกัน หากจำเป็นต้องร่วมโต๊ะรับประทานกัน ควรเว้นระยะห่างระหว่างนั่งรับประทานอาหารร่วมกันอย่างน้อย 1-2 เมตร  
  5. เสื้อผ้าและเครื่องนอน ควรมีการฆ่าเชื้อด้วยการนำไปต้มหรือแช่น้ำร้อนที่อุณหภูมิความร้อนสูงหน่อยก่อนนำไปซักตาก เนื่องจากเสื้อผ้าและเครื่องนอนอาจมีคราบปนเปื้อนของน้ำมูก น้ำลายและเสมหะ หากไม่ฆ่าเชื้อก่อนแล้วนำไปซักรวมกันอาจเกิดการแพร่กระจายของเชื้อได้     
  6. ทำความห้องน้ำให้สะอาดหลังการใช้ห้องน้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสม่ำเสมอ เช่น ก๊อกน้ำ ซิงค์น้ำ ชักโครก และภายหลังการใช้ห้องน้ำเสร็จทุกครั้ง ควรล้างมือให้สะอาดก่อนออกจากห้องน้ำ 
  7. การทิ้งขยะภายในบ้าน ต้องทิ้งและจัดเก็บด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะกระดาษชำระใช้แล้ว ที่อาจมีคราบน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าให้มือไปสัมผัสโดนอย่างเด็ดขาด ควรสวมถุงมือระหว่างการเก็บขยะเพื่อนำไปทิ้งยังถังขยะนอกบ้าน
  8. สมาชิกภายในบ้านไม่ควรออกไปไหนหรือไปพบประกับผู้ใดโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะพบกับคนเดียวหรือไปพบคนเป็นหมู่คณะ ระหว่างที่ยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โดยเฉพาะการไปพบปะผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอ  
  9. สมาชิกภายในบ้าน ที่จำเป็นต้องเดินทางไปทำภารกิจนอกบ้านและจะกลับมาบ้าน ต้องมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่เข้มงวด เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทำความสะอาดมือด้วยน้ำยาทำความสะอาด ตรวจวัดอุณหภูมิ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ติดเชื้อกลับมาบ้าน
  10. การอยู่อาศัยร่วมกันภายในบ้าน ควรตรวจวัดอุณหภูมิบ่อยๆ ควรเว้นระยะห่างระหว่างการสนทนา สวมหน้ากากอนามัย หรืออาจสวมใส่เฟซชิลด์ก็จะยิ่งดี หลีกเว้นการสัมผัสตัวกันหรือไอ จาม ภายในบ้าน หากพบสมาชิกคนใดสงสัยว่าจะติดเชื้อต้องรีบไปพบแพทย์ทันที  

หากสมาชิกทุกคนภายในบ้าน ต่างคนต่างร่วมกันดูแลรับผิดชอบตัวเองอย่างดี และระมัดระวังดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลา คำนึงถึงความปลอดภัยของสมาชิกทุกคนภายในบ้าน ไม่ทำอะไรที่เป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อและนำมาสู่การติดต่อสู่คนภายในบ้าน ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ก็เชื่อว่าบ้านจะอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าสถานการณ์นอกบ้านจะรุนแรงเพียงใด บ้านจะเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัย ปราศจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างแน่นอน

SMART ใส่ใจด้านสุขอนามัยของลูกบ้านทุกโครงการ เรามีการจัดเตรียมเจลล้างมือแอกอฮอล์ไว้บริการลูกบ้านและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการการดูแลรักษาความสะอาดในโครงการที่ SMART เข้ามาช่วย


ปล่อยคอนโดมิเนียมให้เช่ายังไง ให้ได้ราคาสูง

การนำคอนโดมิเนียมออกให้เช่า นับเป็นช่องทางเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่งสำหรับผู้มีคอนโดมิเนียม ในปัจจุบัน คอนโดมิเนียมนับเป็นที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมนำออกให้เช่าเพื่ออยู่อาศัยสูงมาก เนื่องจากลักษณะและขนาดห้องของคอนโดมีความพอเหมาะพอดีกับความต้องการของผู้เช่าในสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ยิ่งตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชน  ห้างสรรพสินค้า ไม่ไกลจากแหล่งสถานที่ทำงาน หรือใกล้สถานีรถไฟฟ้าเดินทางไปมาสะดวกด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการเช่าสูงมาก โดยเฉพาะผู้เช่าที่เป็นครอบครัวเดี่ยว สามีภรรยาที่ยังไม่มีบุตรหรือคนโสด ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เหล่านี้เป็นต้น การที่คอนโดเป็นที่ต้องการเช่ากันมากนี้ ทำให้คนที่พอจะมีเครดิตหรือเงินทุนอยู่บ้างต่างเห็นว่า การลงทุนซื้อคอนโดให้เช่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว หากมีผู้เช่าอยู่อย่างต่อเนื่อง และเป็นการลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่เก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้ตลอดไป 

ผลตอบแทนการลงทุนซื้อคอนโดออกให้เช่า การซื้อคอนโดมิเนียมนำออกให้เช่าถ้าพิจารณาหยาบๆ ผลตอบแทนก็คือการได้ค่าเช่าจากผู้เช่าเป็นเดือนๆ ไป แต่ถ้าหากพิจารณากันระยะยาวๆ แล้ว คอนโดมิเนียมเป็นสินทรัพย์ถาวร ตราบใดที่เรายังคงถือครองเป็นเจ้าของอยู่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง สินทรัพย์ถาวรนี้จะเพิ่มมูลค่าขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป มูลค่าที่เพิ่มขึ้นนี้ก็คือผลตอบแทนอีกรูปแบบหนึ่งที่จะได้มาโดยทางอ้อมนอกเหนือจากค่าเช่า อย่างไรก็ตาม การลงทุนซื้อคอนโดให้เช่า ย่อมต้องมีรายจ่ายตามมานอกเหนือจากเงินดาวน์ก้อนแรกที่ได้จ่ายไปแล้ว และเป็นรายจ่ายที่ต้องจ่ายไม่ว่าจะมีผู้เช่าหรือไม่มีผู้เช่าก็ตาม เช่น ค่าผ่อนชำระสินเชื่อธนาคารในกรณีที่กู้เงินธนาคารมาซื้อและดอกเบี้ยตามอัตราที่ตกลงกับธนาคาร ค่าใช้จ่ายส่วนกลางของคอนโดเพื่อ


10 ประโยชน์ของการใช้บริการบริษัทบริหารนิติบุคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร

ชุมชนเมือง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เริ่มมีผู้คนอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่นขึ้น ชุมชนใหม่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัว กลุ่มองค์กรพัฒนาที่ดิน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มีการจัดสรรจัดสร้างพื้นที่ชุมชนที่พักอาศัยใหม่ โดยคำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือน ให้ผู้คนสามารถเป็นเจ้าของได้อย่างทั่วถึงในทุกระดับฐานะทางเศรษฐกิจ บ้างก็เป็นอาคารชุดหรือที่เราเรียกกันว่าคอนโดมิเนียม บ้างก็เป็นบ้านจัดสรรแบบบ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮาส์ ราคาถูกแพงแตกต่างกันไป สุดแท้แต่ความสามารถและกำลังซื้อของแต่ละคน ที่ต้องการจับจองไว้เป็นเจ้าของ

พื้นที่โครงการอาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร ที่มีอาณาบริเวณและขอบเขตแน่นอน มีทั้งพื้นที่ส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย และพื้นที่ส่วนกลางที่จัดสรรให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันของคนในชุมชน ซึ่งในอดีตเคยสร้างปัญหาแก่ผู้อยู่อาศัยในชุมชนมากมาย ทั้ง ปัญหาการอยู่กันอย่างไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ปัญหาขยะมูลฝอยส่งกลิ่นเหม็น สิ่งสาธารณูปโภคและถนนหนทางชำรุดทรุดโทรมขาดการดูแลรักษา ขาดแสงสว่างบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง ขาดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย ซึ่งการพึ่งพิงการแก้ไขปัญหาจากภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที หรือแก้ไขให้ไม่ได้เลย สืบเนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ที่รัฐไม่อาจเข้าไปก้าวล่วงได้ 

นับแต่ ปี พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา รัฐมีการออกกฎหมายกำหนดให้ชุมชนในอาคารชุด และชุมชนในหมู่บ้านจัดสรร ทำ

Contact Us
*
*
*